รวม 12 พิกัดชมซากุระทั่วญี่ปุ่นปี 2026 อัปเดตล่าสุด! ตั้งแต่โอกินาว่าถึงฮอกไกโด

ปี 2026 เป็นปีแห่งความเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับวงการท่องเที่ยวญี่ปุ่น โดยเฉพาะฤดูกาลชมดอกซากุระ หรือ “ฮานามิ“ ที่กำลังจะมาถึง ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นและหน่วยงานพยากรณ์อากาศเอกชนหลายแห่งบ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ภาวะโลกร้อนและปรากฏการณ์เอลนีโญที่ยังคงส่งผลตกค้าง อาจทำให้อุณหภูมิในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 2026 สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ สิ่งนี้ส่งผลโดยตรงต่อ “Sakura Zensen” หรือ แนวการบานของซากุระ ที่มีแนวโน้มจะขยับเร็วขึ้นกว่าปีปกติประมาณ 3-5 วันในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกอย่างโตเกียวและเกียวโต
สำหรับนักเดินทาง การเปลี่ยนแปลงนี้หมายถึงความจำเป็นในการวางแผนที่ยืดหยุ่นและแม่นยำยิ่งขึ้น บทความนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวบรวมรายชื่อสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นการวิเคราะห์เจาะลึกถึง 12 จุดชมซากุระที่ดีที่สุดทั่วญี่ปุ่น ไล่เรียงตั้งแต่มกราคมจนถึงพฤษภาคม โดยเน้นข้อมูลเชิงลึกสำหรับการเดินทางปี 2026 ทั้งการคาดการณ์ช่วงเวลาบาน การจัดการกับฝูงชน และเทรนด์ใหม่ๆ เช่น การชมซากุระยามค่ำคืน (Yozakura) หรือ การผสมผสานศิลปะดิจิทัล เราได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจและอัปเดตที่สุด เพื่อให้คุณใช้เป็นคัมภีร์ในการออกแบบทริปที่สมบูรณ์แบบ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเองและเข้าใจง่ายครับ
ส่วนที่ 1 : การพยากรณ์และไทม์ไลน์ซากุระบานปี 2026
ก่อนจะไปเจาะลึกแต่ละสถานที่ สิ่งสำคัญ คือ การเข้าใจภาพรวมของตารางเวลาธรรมชาติในปี 2026 ข้อมูลล่าสุดจาก JMC (Japan Meteorological Corporation) และสมาคมพยากรณ์อากาศต่างๆ ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่น่าสนใจ ดังนี้
ตาราง คาดการณ์การบานของซากุระ (Somei Yoshino) ปี 2026

ความร้อนที่สะสมในช่วงฤดูหนาวส่งผลให้ระยะเวลาพักตัว (Dormancy) ของตาดอกสั้นลง แต่หากอุณหภูมิเดือนกุมภาพันธ์สูงเกินไป อาจทำให้กระบวนการกระตุ้นการบานชะงักได้ในบางสายพันธุ์ แต่สำหรับพันธุ์โซเมอิ โยชิโนะ (Somei Yoshino) ซึ่งเป็นพันธุ์หลัก แนวโน้มยังคงเป็นการบานเร็ว
ส่วนที่ 2 : ภาคใต้และตะวันตก – ปฐมบทแห่งสีชมพู (ปลายมกราคม – ต้นเมษายน)
ภูมิภาคนี้ คือ “Hidden Gem” สำหรับผู้ที่ต้องการหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ โดยมีทะเลในเซโตะ (Seto Inland Sea) เป็นฉากหลังที่สำคัญ
1. ปราสาทคุมาโมโตะ (Kumamoto Castle) – คุมาโมโตะ
เยือนสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่งและการฟื้นฟูที่ปราสาทคุมาโมโตะ ปราสาทสีดำทมิฬตัดกับสีชมพูอ่อนของซากุระกว่า 800 ต้น สร้างความขลังและสง่างามจนละสายตาไม่ได้ มุมถ่ายรูปยอดฮิต คือ บริเวณลานกว้างหน้าหอคอยหลัก ที่จะเห็นโครงสร้างสถาปัตยกรรมอันซับซ้อนโอบล้อมด้วยกลีบดอกไม้ ยิ่งในตอนกลางคืนที่มีการประดับไฟ ปราสาทจะดูโดดเด่นเป็นสง่าเหนือเมืองคุมาโมโตะ เป็นภาพความประทับใจที่คุ้มค่าแก่การมาเยือน
การซ่อมแซมจากเหตุแผ่นดินไหวมีความคืบหน้าไปมาก ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมพื้นที่ส่วนใหญ่ได้แล้ว การเดินทางสะดวกด้วยรถรางจากสถานี JR Kumamoto ลงที่สถานี Kumamotojo-mae
การเดินทาง :
-
ตัวเลือกที่ 1 : 🚆 รถราง (Tram) จากสถานี JR Kumamoto นั่งสาย A ไปลงสถานี Kumamotojo-mae ค่าโดยสาร ผู้ใหญ่ 180 เยน
-
ตัวเลือกที่ 2 : 🚌 รถบัส “Shiromegurin” (Castle Loop Bus) จากสถานี JR Kumamoto ค่าโดยสาร 180 เยน
🕰️ เวลาให้บริการ : 09:00 – 17:00 น.
🎫 ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 800 เยน
🌸 Tip : พื้นที่ส่วนใหญ่ซ่อมเสร็จแล้ว แต่คนยังเยอะ แนะนำไปช่วงเช้าก่อน 9 โมงเพื่อเลี่ยงทัวร์ หรือไปช่วงค่ำดูไฟประดับครับ
📍 พิกัดที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/tGUyxW5HVSyx4CG68
ส่วนที่ 3 : คันไซ – หัวใจแห่งวัฒนธรรม (ปลายมีนาคม – ต้นเมษายน)
ปี 2026 คาดว่าซากุระในคันไซจะบานเต็มที่ในช่วงต้นเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาทองของการท่องเที่ยว แต่ก็มาพร้อมกับความท้าทายเรื่องฝูงชน
2. ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) – เฮียวโกะ

สัมผัสความยิ่งใหญ่ของมรดกโลก “ปราสาทนกกระสาขาว” ที่สวยสง่าไร้ที่ติ ยิ่งเมื่อถูกโอบล้อมด้วยซากุระนับพันต้น ปราสาทสีขาวบริสุทธิ์จะดูอ่อนโยนและงดงามราวกับภาพวาด การนั่งเรือล่องไปตามคูเมืองเพื่อชมดอกไม้ที่ห้อยระย้าลงมาแตะผิวน้ำ เป็นกิจกรรมที่โรแมนติกและผ่อนคลาย แม้คนจะเยอะแต่พื้นที่กว้างขวางของสวนรอบปราสาทก็ทำให้หามุมสงบถ่ายรูปสวยๆ ได้ไม่ยาก
ปราสาทฮิเมจิเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นมากที่สุดแห่งหนึ่ง แนะนำให้มาถึงตั้งแต่ประตูเปิดเวลา 9:00 น. หรือเลือกชมการประดับไฟยามค่ำคืน (Night Illumination) ที่มักจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนเมษายน ซึ่งสวยงามและคนน้อยกว่าช่วงกลางวันเล็กน้อย
การเดินทาง :
-
ตัวเลือกที่ 1 : 🚶 เดิน จากสถานี JR Himeji เดินตรงไปทางทิศเหนือประมาณ 15-20 นาที (วิวสวยตลอดทาง)
-
ตัวเลือกที่ 2 : 🚌 รถบัส Himeji Castle Loop Bus จากหน้าสถานี ลงป้าย Himeji Castle ค่าโดยสาร 100 เยน
🕰️ เวลาให้บริการ : 09:00 – 17:00 น. (เข้าก่อน 16:00)
🎫 ค่าเข้าชม : ระวัง! ตั้งแต่ 1 มี.ค. 2026 ราคาสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับขึ้นเป็น 2,500 เยน (จากเดิม 1,000 เยน) ส่วนเด็กเข้าฟรี
🌸 Tip : คิวล่องเรือเต็มเร็วมาก! ถ้าจะนั่งเรือต้องไปจองคิวหน้างานทันทีที่ประตูเปิด (09:00 น.)
📍 พิกัดที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/bs5N8tpEuNvrggBT7
3. ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) – โอซาก้า

แลนด์มาร์คสำคัญที่ใครมาโอซาก้าก็ต้องแวะ สวนนิชิโนะมารุภายในเขตปราสาทเป็นจุดปิกนิกยอดฮิตที่ชาวเมืองนิยมมาสังสรรค์กัน ภาพปราสาทสีเขียวทองตั้งตระหง่านเหนือกลุ่มเมฆดอกไม้สีชมพู เป็นภาพจำที่เห็นกี่ครั้งก็ประทับใจ การเดินทางที่สะดวกสบายด้วยรถไฟใต้ดินทำให้ที่นี่เหมาะมากสำหรับทริปครอบครัว หรือจะแวะมาเดินเล่นชิลล์ๆ ช่วงเย็นรอดูไฟประดับก็สวยงามไปอีกแบบ
ปี 2026 คาดว่าซากุระที่นี่จะเริ่มบานประมาณวันที่ 24 มีนาคม และบานเต็มที่ 31 มีนาคม สวนนิชิโนะมารุมีการเก็บค่าเข้าชมแยกต่างหาก ซึ่งช่วยกรองจำนวนคนได้ระดับหนึ่ง ทำให้บรรยากาศดีกว่าบริเวณรอบนอกเล็กน้อย
การเดินทาง :
-
ตัวเลือกที่ 1 : 🚆 รถไฟ JR สาย Osaka Loop Line ลงสถานี Osakajokoen
-
ตัวเลือกที่ 2 : 🚇 รถไฟใต้ดิน สาย Tanimachi Line ลงสถานี Tanimachi 4-chome (ใกล้ประตูเข้าสวนนิชิโนะมารุที่สุด)
🕰️ เวลาให้บริการ : 9:00 – 17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:30 น.)
🎫 ค่าเข้าชม : สวน Nishinomaru 200 เยน (ช่วงซากุระอาจปรับเป็น 350 เยน) และตัวปราสาท (Main Keep) 600 เยน
🌸 Tip : ถ้าไม่อยากเบียดคนในตัวปราสาท ให้เน้นถ่ายรูปจากสวนนิชิโนะมารุ วิวสวยกว่าและได้ฟีลปิกนิกแท้ๆ ครับ
📍 พิกัดที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/c8ZNzuEy1YYiqR7KA
ส่วนที่ 4 : ชูบุ – ฟูจิซังและเทือกเขาแอลป์ (กุมภาพันธ์ – เมษายน)
ภูมิภาคชูบุมีความหลากหลายของสภาพภูมิประเทศ ทำให้มีช่วงเวลาชมดอกไม้ที่ยาวนานและมีฉากหลังที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่ง
4. แม่น้ำคาวาซุ (Kawazu River) – ชิซูโอกะ

ใครใจร้อนอยากดูซากุระก่อนใครต้องมาที่นี่! เมืองคาวาซุมีซากุระสายพันธุ์พิเศษที่บานเร็วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ดอกสีชมพูเข้มขนาดใหญ่ตัดกับสีเหลืองของดอกนาโนฮะริมแม่น้ำ สวยสดใสถ่ายรูปขึ้นกล้องสุดๆ บรรยากาศงานเทศกาลคึกคักไปด้วยร้านค้าของกินอร่อยๆ ตลอดทางเดินริมน้ำ อากาศช่วงนี้กำลังเย็นสบาย ไม่หนาวจนเกินไป เหมาะกับการหนีความวุ่นวายมาเติมความสดชื่นแรกของปี
เทศกาล Kawazu Cherry Blossom Festival ปี 2026 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 8 มีนาคม มีร้านค้าขายของกินและของที่ระลึกธีมซากุระ เช่น ไทยากิซากุระ โมจิ ซอฟต์ครีม และยังสามารถเดินเที่ยวชมน้ำตกนานาดารุได้ การเดินทางจากโตเกียวด้วยรถไฟ Odoriko ใช้เวลาประมาณ 2.5 ชั่วโมง
การเดินทาง : 🚆 รถไฟด่วนพิเศษ จากโตเกียว นั่ง JR Odoriko หรือ Saphir Odoriko ยิงยาวลงสถานี Kawaz ค่าโดยสาร ประมาณ 6,000 เยน (แนะนำใช้ JR Tokyo Wide Pass คุ้มมาก) เวลาเดินทาง 2.5 ชม.
🌸 Tip : ปี 2026 เทศกาลจัด 7 ก.พ. – 8 มี.ค. ขาไปให้นั่งฝั่งซ้ายของรถไฟจะเห็นวิวทะเลสวยมากครับ
📍 พิกัดที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/puX6hBY1afvZ5Aov6
5. ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle) – ไอจิ

ชมความยิ่งใหญ่ของปราสาทที่มีปลาโลมาทองคำคู่บนยอดหลังคา รายล้อมด้วยซากุระหลายสายพันธุ์ ทั้งพันธุ์โซเมอิโยชิโนะและชิดาเระซากุระ บรรยากาศงานเทศกาลฤดูใบไม้ผลิที่นี่สนุกสนาน มีการแสดงและร้านอาหารมากมาย แวะชมพระราชวังฮอนมารุที่ฟื้นฟูความงดงามในอดีตกลับมาได้อย่างสมบูรณ์ เป็นจุดแวะพักที่สะดวกสบายและครบรส ทั้งประวัติศาสตร์ ความงาม และความบันเทิง
ปี 2026 คาดว่าจะเริ่มบานประมาณ 20 มีนาคม นาโกย่าเป็นจุดเชื่อมต่อที่ดีระหว่างโตเกียวและโอซาก้า เหมาะสำหรับแวะพัก 1 คืน
การเดินทาง :
-
ตัวเลือกที่ 1 : 🚇 รถไฟใต้ดิน สาย Meijo Line ลงสถานี Nagoyajo (เดิมชื่อ Shiyakusho) ทางออก 7
-
ตัวเลือกที่ 1 : 🚌 รถบัส Meguru Tourist Loop Bus ลงป้าย Nagoya Castle
🕰️ เวลาให้บริการ : 09:00 – 16:30 น.
🎫 ค่าเข้าชม : 500 เยน
🌸 Tip : อย่าลืมแวะโซน “Kinshachi Yokocho” หน้าปราสาท มีร้านอาหารเด็ดๆ อย่างข้าวหน้าปลาไหลและหมูทอดมิโซะให้เติมพลังครับ
📍 พิกัดที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/x8z1pHBH7sGbP8WCA
ส่วนที่ 5 : คันโต – สีสันแห่งมหานครโตเกียว (ปลายมีนาคม)
โตเกียวปี 2026 จะเป็นปีที่ซากุระบานเร็ว (คาดการณ์ 20 มีนาคม) การวางแผนเที่ยวในเมืองหลวงจึงต้องกระชับฉับไว
6. แม่น้ำเมกุโระ (Meguro River) – โตเกียว

สัมผัสความสง่างามและโรแมนติกกลางกรุงที่แม่น้ำเมกุโระ อุโมงค์ซากุระที่โค้งเข้าหากันเหนือคลองยาวเหยียด เป็นจุดนัดพบยอดฮิตของหนุ่มสาวโตเกียว แวะซื้อแชมเปญสตรอเบอร์รี่สีชมพูจิบเบาๆ เดินดูไฟประดับโคมกระดาษยามค่ำคืน บรรยากาศที่นี่ทันสมัยและมีชีวิตชีวา รายล้อมด้วยร้านกาแฟเก๋ๆ และบูทีกช็อป เหมาะกับการมาเดทหรือเดินเล่นกับกลุ่มเพื่อนแบบชิลล์ๆ
การประดับไฟ (Illumination) จะเริ่มตั้งแต่พระอาทิตย์ตกจนถึง 21:00 น. ช่วงพีคคนจะแน่นมากจนแทบเดินไหลไปตามทาง แต่ความสวยงามก็คุ้มค่าแก่การมา
การเดินทาง : 🚆 รถไฟ สถานี Nakameguro (สาย Hibiya/Toyoko) ใจกลางจุดฮิต หรือ สถานี Meguro (สาย Yamanote) เดินย้อนขึ้นมา คนน้อยกว่านิดหน่อย
🌸 Tip : ช่วงพีค (18:00-20:00) คนแน่นจนไหลไปตามทาง ถ้าอยากถ่ายรูปสวยๆ แบบมีที่ยืน ให้มา “เช้าตรู่” (07:00 น.) แสงเช้าสวยและสงบมาก
📍 พิกัดที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/pdus8XucUTJmRtWn7
7. สวนจิโดริกะฟุจิ (Chidorigafuchi) – โตเกียว

เปลี่ยนบรรยากาศมาพายเรือชมซากุระแบบใกล้ชิดที่คูเมืองรอบพระราชวัง กิ่งซากุระที่โน้มลงมาแตะผิวน้ำสร้างอุโมงค์สีเขียวอมชมพูที่ร่มรื่น วิวจากในเรือที่มองเห็นกำแพงหินสูงใหญ่ตัดกับฟ้าใสเป็นมุมมองที่แปลกตาและสวยงามมาก ทางเดินริมน้ำก็ร่มรื่นน่าเดิน ตอนกลางคืนมีไฟส่องสว่างที่ดูขลังและสง่างาม เป็นจุดชมซากุระที่ดูผู้ดีและคลาสสิกที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว
คิวเช่าเรืออาจยาวนานถึง 1-2 ชั่วโมงในช่วงพีค แนะนำให้ไปต่อคิวตั้งแต่ก่อนเปิดบริการ หรือเลือกเดินชมจากทางเดินด้านบนซึ่งสวยงามไม่แพ้กัน
การเดินทาง : 🚇 รถไฟใต้ดิน ลงสถานี Kudanshita ทางออก 2 เดิน 5 นาที
🎫 ค่าเช่าเรือ : ปกติ 800 เยน/30 นาที (ช่วงซากุระราคาอาจพุ่งไปถึง 1,600 เยน และคิวยาว 2 ชม.)
🌸 Tip : ถ้าไม่อยากต่อคิวเรือนาน ให้ไปรอตั้งแต่ 08:30 (เรือเปิด 09:00-11:00 ขึ้นอยู่กับซีซั่น) หรือเลือกเดินชมวิวจาก “The Chidorigafuchi Green Way” ด้านบนก็สวยไม่แพ้กัน
📍 พิกัดที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/pgt3xCHETd6vegef9
8. สวนอุเอโนะ (Ueno Park) – โตเกียว

สัมผัสจิตวิญญาณแห่งงานปาร์ตี้ฮานามิของชาวญี่ปุ่นต้องที่สวนอุเอโนะ! ที่นี่คือ ศูนย์รวมความสนุกสนาน ผู้คนมากมายมาจับจองพื้นที่สังสรรค์ใต้ต้นซากุระกันอย่างคึกคัก ทางเดินสายหลักเต็มไปด้วยต้นซากุระที่ปลูกหนาแน่นจนเป็นเพดานสีชมพู แวะไหว้พระที่วัดหรือพายเรือเป็ดในสระน้ำก็เพลินดี เป็นที่ที่ให้ความรู้สึกถึงพลังงานและความมีชีวิตชีวาของฤดูใบไม้ผลิอย่างแท้จริง
เทศกาล Ueno Cherry Blossom Festival ปี 2026 จัดขึ้นช่วงกลางมีนาคมถึงต้นเมษายน การชมดอกซากุระนับพันต้นในบรรยากาศฮานามิ พร้อมแสงไฟประดับยามค่ำคืน (Yozakura) บนโคมไฟญี่ปุ่น ‘บงโบริ’ และกิจกรรมเสริม เช่น การแสดงดนตรีสดบนเวทีพิเศษ รวมถึงซุ้มอาหารพื้นเมือง และสินค้าต่างๆ หากต้องการความสงบให้มาช่วงเช้าตรู่ก่อน 8 โมง แต่ถ้าอยากเห็นบรรยากาศปาร์ตี้ให้มาช่วงบ่ายถึงค่ำ
การเดินทาง : 🚆 รถไฟ ลงสถานี Ueno ทางออก Park Exit (ข้ามถนนถึงเลย)
🌸 Tip : ห้องน้ำในสวนคิวยาวมาก แนะนำให้เข้าห้องน้ำในสถานีรถไฟให้เรียบร้อยก่อนเดินเข้าสวนครับ
📍 พิกัดที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/zt1RyXekTRzQvWXz9
9. สวนกอนเก็นโด (Gongendo Park) – ไซตามะ

ขับรถออกมาหน่อยจะเจอกับวิวที่สวยตะลึงเหมือนภาพวาด คันดินยาว 1 กิโลเมตรที่มีอุโมงค์ซากุระสีชมพูอยู่ด้านบน และทุ่งดอกนาโนฮะสีเหลืองสดอยู่ด้านล่าง ตัดกับฟ้าสีครามสดใส เป็นคู่สีที่ถ่ายรูปออกมาสวยสดใสมาก บรรยากาศโล่งสบายแบบชานเมือง มีร้านของกินเล่นขายตลอดทาง เดินเล่นรับลมชมดอกไม้สองสีพร้อมกัน เป็นความสุขที่เรียบง่ายแต่ประทับใจสุดๆ
ตั้งอยู่ที่เมือง Satte จังหวัด Saitama สามารถเดินทางด้วยรถไฟและต่อรถบัส หรือขับรถมาจะสะดวกกว่า เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยกว่าในโตเกียว
การเดินทาง :
-
ตัวเลือกที่ 1 : 🚆 รถไฟ + 🚌 รถบัส นั่งรถไฟสาย Tobu Nikko Line ลงสถานี Satte แล้วต่อรถบัส Asahi Bus (ป้ายหน้าสถานี) ไปลงป้าย ค่ารถบัส 180-200 เยน
-
ตัวเลือกที่ 2 : 🚕 แท็กซี่ จากสถานี Satte ประมาณ 1,000-1,200 เยน (ถ้าไปกัน 3-4 คน แนะนำวิธีนี้ เร็วและสะดวกกว่ารอรถบัส)
🌸 Tip : ลมที่นี่ค่อนข้างแรงเพราะเป็นพื้นที่โล่ง เตรียมเสื้อกันลมไปด้วยจะดีมาก
📍 พิกัดที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/hr9ekC6NDBXMddCT8
10. สวนฮิตาชิ ซีไซด์ (Hitachi Seaside Park) – อิบารากิ

พบกับความมหัศจรรย์ของเนินเขาสีฟ้าและซากุระบานช้า ที่สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ไฮไลท์ คือ ทุ่งดอกเนโมฟีลาสีฟ้าคราม 4.5 ล้านต้นที่ปกคลุมทั่วเนินเขาเหมือนพรมผืนใหญ่ ตัดกับขอบฟ้าและทะเล ในบางปีคุณอาจโชคดีได้เห็นซากุระพันธุ์บานช้าและทุ่งเนโมฟีลาบานพร้อมกัน เป็นภาพที่สวยงามเหนือจริง สวนกว้างมาก มีกิจกรรมให้ทำเยอะ ทั้งขี่จักรยานและสวนสนุก อยู่เที่ยวได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือกลางถึงปลายเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่ซากุระในโตเกียวร่วงหมดแล้ว ที่นี่จึงเป็นที่พึ่งสุดท้ายของคนมาสาย
การเดินทาง :
-
ตัวเลือกที่ 1 : 🚆 รถไฟ นั่ง JR Joban Line (Limited Express Hitachi/Tokiwa) ลงสถานี Katsuta แล้วต่อรถบัสที่ทางออกทิศตะวันออก (East Exit) ป้ายเบอร์ 2 ค่ารถบัส 400 เยน
-
ตัวเลือกที่ 2 : 🚌 รถบัสตรง Highway Bus จากสถานี Tokyo (Yaesu Exit) ยิงยาวถึงสวน
🕰️ เวลาให้บริการ : 09:30 – 17:00 น.
🎫 ค่าเข้าชม : ช่วงฤดูใบไม้ผลิราคาประมาณ 700-800 เยน (ราคาผันแปรตามความสวยของดอกไม้)
🌸 Tip : เช่าจักรยานขี่ในสวน (400-600 เยน) สนุกมากและประหยัดแรงเดินเพราะสวนกว้างใหญ่ไพศาล
📍 พิกัดที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/7Anom2mQmehLw1qe9
ส่วนที่ 6 : โทโฮคุ – แดนเหนือที่เวลาเดินช้าลง (กลาง – ปลายเมษายน)
เมื่อดอกไม้ในเมืองหลวงร่วงโรย โทโฮคุจะรับไม้ต่อด้วยความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ
11. ฮิโตเมะ เซ็นบงซากุระ (Hitome Senbonzakura) – มิยางิ

“มองแวบเดียวเห็นซากุระพันต้น” ไม่ใช่คำคุยโวนะ! ริมแม่น้ำชิโรอิชิมีแนวต้นซากุระเรียงรายยาวเหยียดกว่า 8 กิโลเมตร โดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาซาโอ้ที่ยังมีหิมะขาวโพลน ยิ่งใหญ่ตระการตามาก รถไฟสายท้องถิ่นที่วิ่งผ่านแนวซากุระมักจะชะลอความเร็วให้ผู้โดยสารได้ชมวิว เป็นความใส่ใจเล็กๆ ที่น่าประทับใจ เดินเล่นริมน้ำสูดอากาศบริสุทธิ์ ชมวิวภูเขาหิมะและดอกไม้ คือ นิยามของความสุขในฤดูใบไม้ผลิ
อยู่ห่างจากเซนไดเพียง 30 นาทีโดยรถไฟ ลงที่สถานี Ogawara หรือ Funaoka ช่วงเวลาบานคือต้นถึงกลางเมษายน
การเดินทาง : 🚆 รถไฟ จากสถานี Sendai นั่ง JR Tohoku Line (30 นาที) ลงที่สถานี Ogawara (เดินจากต้นทาง) หรือ สถานี Funaoka (เดินข้ามสะพานเชื่อม)
🌸 Tip : แนะนำให้ลงสถานี Ogawara แล้วเดินเลียบแม่น้ำไปทาง Funaoka (ประมาณ 3.5 กม.) แล้วขึ้นรถไฟกลับจาก Funaoka จะได้วิวครบทั้งเดินเลียบแม่น้ำและข้ามสะพานคล้องใจ
📍 พิกัดที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/GhVgnE2rGMFsRJW16
ส่วนที่ 7 : ฮอกไกโด – บทส่งท้ายที่สมบูรณ์แบบ (ปลายเมษายน – พฤษภาคม)
12. ป้อมโกเรียวคาคุ (Goryokaku Park) – ฮาโกดาเตะ

ขึ้นหอคอยไปชม “ดาวสีชมพู” ขนาดใหญ่ยักษ์ที่ป้อมดาวห้าแฉกโกเรียวคาคุ วิวจากมุมสูงสวยแปลกตาไม่เหมือนใคร ลงมาเดินข้างล่างก็ฟินไม่แพ้กัน เพราะชาวฮอกไกโดมีวัฒนธรรมปิ้งย่างเนื้อแกะ (เจงกิสข่าน) ใต้ต้นซากุระ กลิ่นหอมๆ ของบาร์บีคิวผสมกับกลิ่นดอกไม้ เป็นบรรยากาศงานเลี้ยงที่สนุกสนานและเป็นกันเองสุดๆ มาแล้วต้องลองร่วมวงปิ้งย่างดูสักมื้อ รับรองติดใจ
ซากุระที่ฮาโกดาเตะคาดว่าจะบานช่วงปลายเดือนเมษายน ชุดปิ้งย่างมีให้เช่าหรือซื้อได้ภายในสวน สะดวกมากสำหรับนักท่องเที่ยว
การเดินทาง : 🚋 รถราง (Tram) จากหน้าสถานี Hakodate ลงป้าย Goryokaku-koen-mae เดินต่อ 10 นาที ค่าโดยสาร 230-250 เยน
🕰️ เวลาให้บริการ : 5:00 – 19:00 น.
🎫 ค่าเข้าชม : ขึ้นหอคอย (Goryokaku Tower) ผู้ใหญ่ 1,000 – 1,200 เยน (เช็คราคาล่าสุดหน้างาน)
🌸 Tip : ซื้อชุดปิ้งย่างเจงกิสข่านที่มีขายในสวน แล้วนั่งกินกับชาวเมืองเลยครับ ได้ฟีล Local สุดๆ (มีเตาและอุปกรณ์ให้เช่าพร้อม)
📍 พิกัดที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/6idMkccYeE1cNcVr6
สรุป เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทริปในฝันปี 2026
การเดินทางชมซากุระ 12 แห่งนี้ครอบคลุมทั่วประเทศญี่ปุ่น แต่ละที่มีเสน่ห์และเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป สิ่งสำคัญสำหรับการเที่ยวปี 2026 คือ “การเช็คพยากรณ์อากาศแบบเรียลไทม์” เพราะธรรมชาติอาจเล่นตลกได้เสมอ การจองที่พักล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ และซื้อพาสรถไฟ (JR Pass หรือ Regional Pass) จะช่วยให้การเดินทางของคุณราบรื่นและคุ้มค่าที่สุด
ขอให้ฤดูใบไม้ผลิปี 2026 เป็นปีที่คุณได้เก็บภาพความประทับใจสีชมพูนี้ไว้อย่างเต็มอิ่ม ไม่ว่าจะไปที่ไหน อย่าลืมเคารพกฎกติกาและรักษามารยาท เพื่อให้ธรรมชาติที่สวยงามนี้อยู่คู่กับเราไปนานๆ เที่ยวให้สนุกครับ!
ไปทัวร์ต่างประเทศ กับบริษัทไหนดี? ไปเที่ยวต่างประเทศ กับพี่หมีเอ็กซ์แอล ʕ´•ᴥ•`ʔ/
เราพร้อมมอบความสุข ‘ไซส์ใหญ่’ ไม่เท ไม่ทิ้ง ทัวร์ญี่ปุ่น กับ XL World Tour ดูแพ็กเกจทัวร์สุดคุ้ม เพิ่มเติม >> คลิกเลย
ถ้าชอบบทความของ XL World Tour
ฝากกด Like & Share หรือกดติดตามเพจ Facebook
เพื่ออัพเดทข่าวสาร สถานที่ท่องเที่ยว โปรแกรมทัวร์ราคาดี ๆ กับครอบครัวพี่หมีด้วยกันนะ