เวลาทำการ :
วันจันทร์ - วันศุกร์
เวลา 09.00 - 18.00 น.
แชร์หน้านี้

Fantasy Springs โซนใหม่ Tokyo DisneySea มีแต่เครื่องเล่นให้ใจฟู~

 

🏰 Fantasy Springs พาทัวร์ โตเกียว เที่ยว Tokyo DisneySea โซนใหม่
ไปกับเครื่องเล่น
จากอนิเมชันดังทั้ง 3 เรื่อง!

Fantasy Springs

แปลและเรียบเรียงจากบทความของ Tokyo DisneySea Fantasy Springs 2024 Guide • TDR Explorer

🇯🇵 พี่หมีพา เที่ยวญี่ปุ่น โตเกียว ก่อนใครกันที่ Tokyo DisneySea เพราะจะมีโซนใหม่อย่าง Fantasy Springs ที่จะเปิดให้บริการในวันที่ 6 มิถุนายน 2567 ที่กำลังจะถึงนี้ ซึ่งเป็นการขยายส่วน ที่สำคัญที่สุดที่เคยมีใน Tokyo Disney Resort โดย Fantasy Spring จะพาผู้ชมเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการของ Frozen, Tangled (เจ้าหญิงราพันเซล) และ Peter Pan ด้วยสถานที่ท่องเที่ยว ที่ทันสมัยสุดขีด สินค้าที่มีจำหน่ายเฉพาะที่นี่ที่เดียว ร้านอาหารและโรงแรมหรู ก็อยู่ในธีมของดิสนีย์เหมือนกันนะ

บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 140,000 ตารางเมตร ก็จะมีทั้งเครื่องเล่นหลัก (Attraction) ให้จุใจไปกับธีมของอนิเมชันดังทั้ง 3 เรื่อง แล้วในแต่ละธีมก็ยังมีร้านอาหาร ไว้ให้พักเติมพลังก่อนไปสนุกกันต่อ ซึ่งในโซนนี้ก็จะประกอบไปด้วย

Fantasy Springs Entrance
Frozen Kingdom

– เครื่องเล่น Anna and Elsa’s Frozen Journey
– ร้านอาหาร Royal Banquet of Arendelle
– ร้านขนมเล็ก ๆ Oaken’s OK Foods
Rapunzel’s Forest
– เครื่องเล่น Rapunzel’s Lantern Festival
– ร้านอาหาร The Snuggly Duckling
Peter Pan’s Never Land
– เครื่องเล่น Peter Pan’s Never Land Adventure
– เครื่องเล่น Fairy Tinker Bell’s Busy Buggies
– ร้านอาหาร Lookout Cookout

Fantasy Springs
© Disney
Fantasy Springs
หินแกะสลักรูป Frozen © Disney

Fantasy Springs Entrance
บริเวณทางเข้าจะอยู่ตรงเส้นทางระหว่าง Lost River Delta และ Arabian Coast เมื่อมาถึงบริเวณทางเข้า ผู้ชมจะพบกับบ่อน้ำเรืองแสงและงานหินแกะสลัก ที่สร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์ให้กับตัวละครดิสนีย์ ฉบับคลาสสิกสุดน่ารัก ก่อนจะพาเราเข้าสู่โลกมหัศจรรย์ของ Frozen, Tangled และ Peter Pan ในลำดับต่อไป

Fantasy Springs at Fantasy Springs
หินแกะสลักรูปกระจกวิเศษ (Snow White) © Disney
Fantasy Springs
หินแกะสลักรูป ราพันเซล © Disney

มีช่วงเวลาพิเศษด้วยนะ คือหลังเวลาพระอาทิตย์ตก ตรงบริเวณ Fantasy Springs บ่อน้ำจะมีการเรืองแสงมหัศจรรย์ ทำให้ลำธารและหินสลักบริเวณทางเข้า อบอุ่นสวยงามและสว่างไสวไปด้วยสีชมพู

Frozen Kingdom at Fantasy Springs
© Disney
Frozen Kingdom
© Disney

Frozen Kingdom (フローズンキングダム)
ในโซนนี้ผู้ชมจะได้สัมผัสประสบการณ์ เข้ามาเยี่ยมชมเมืองอาร์เรนเดลล์ (Arendelle) หลังจากแหตุการณ์ใน 2 ภาคแรก ที่อาณาจักรได้กลับมาสงบสุขดังเดิม ภายใน Frozen Kingdom จะมีภูเขาหิมะสูง น้ำตกและพระราชวังน้ำแข็ง ของเอลซ่าอันงดงาม เรืองแสงอยู่บนยอดเขา

Anna and Elsa's Frozen Journey at Fantasy Springs
Anna and Elsa’s Frozen Journey © Disney
Anna and Elsa's Frozen Journey
© Disney

สิ่งที่น่าสนใจในโซนนี้ก็ยังมี ‘Anna and Elsa’s Frozen Journey’ เป็นสถานที่ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก มีการใช้เทคโนโลยี audio-animatronics สำหรับเครื่องเล่น (แบบเดียวกันกับ World of Frozen ที่ Hong Kong Disneyland) นอกจากนี้ยังมี ‘Royal Banquet of Arendelle ประกอบไปด้วย ร้านอาหารแบบช่องบริการและร้านขายอาหาร Oaken

Anna and Elsa's Frozen Journey at Fantasy Springs
© Disney
Anna and Elsa's Frozen Journey
© Disney

Anna and Elsa’s Frozen Journey (アナとエルサのフローズンジャーニー)
เครื่องเล่นหลักของ Fantasy Springs จะพาผู้ชมร่วมเดินเรือผ่านประสบการณ์ เรื่องราวของสองพี่น้องที่ยิ่งใหญ่ ติดตามเรื่องราวของอนิเมชัน ที่ได้รับความนิยมในปี 2013 และบทเพลงที่มีชื่อเสียงจากในเรื่องอย่าง Do You Want to Build a Snowman ?, For the First Time in Forever, Love Is an Open Door และ ‘Let It Go’

Royal Banquet of Arendelle
Royal Banquet of Arendelle Exterior © Disney
Frozen Kingdom at Fantasy Springs
© Disney

Royal Banquet of Arendelle
อยู่ภายในปราสาทอาเรนเดล ผู้มาเยือนสามารถเพลิดเพลินกับร้านอาหารภายในพื้นที่ฮอลล์ใหญ่ ที่มีกว่าร้อยที่นั่งและมีเมนูพิเศษอย่าง the Arendelle’s Royal Set ซึ่งประกอบด้วย Smoked salmon trout and orange salad, potato gratin, พาย (เนื้อวัว/ล็อบสเตอร์/ปลา), ขนมปัง, Olaf’s marshmallow cocoa mousse และเลือกเครื่องดื่มตามที่ต้องการ

Rapunzel's Forest at Fantasy Springs
Rapunzel’s Forest © Disney
Rapunzel's Forest at Fantasy Springs
© Disney
Rapunzel's Forest
© Disney
Rapunzel's Forest
© Disney

Rapunzel’s Forest (ラプンツェルの森)
พื้นที่ป่าของราพันเซลใน Fantasy Springs มีสถานที่ที่คุ้นเคยจากอนิเมชัน เช่น หอคอยราพันเซลและร้านอาหารหลังคาที่บิดงอ The Snuggly Duckling โซนนี้ก็ยังมี้นำเป็นส่วนประกอบหลักเช่นกัน อย่าง เครื่องเล่น Rapunzel’s Lantern Festival และร้านอาหารแบบช่องบริการอีกด้วย

Rapunzel’s Lantern Festival
Rapunzel’s Lantern Festival © Disney
Rapunzel’s Lantern Festival
© Disney
Rapunzel’s Lantern Festival
© Disney
Rapunzel’s Lantern Festival
© Disney

Rapunzel’s Lantern Festival (ラプンツェルのランタンフェスティバル)
เริ่มต้นการเดินทางของผู้ชม ล่องเรือไปตามธารน้ำ เพื่อเข้ามาพบกับราพันเซลที่กำลังร้องเพลง ‘When Will My Life Begin’ จากหน้าต่างบนหอคอย ขณะที่ ฟลินน์ไรเดอร์และแม็กซิมัส กำลังมองดูอยู่ การแสดงได้ใช้เทคโนโลยี animatronics ช่วยให้ตัวละครดูมีชีวิตขึ้น เหมือนแบบอนิเมชันในปี 2010

Rapunzel’s Lantern Festival
© Disney
Rapunzel’s Lantern Festival
© Disney
Rapunzel’s Lantern Festival at Fantasy Springs
© Disney
Rapunzel’s Lantern Festival
© Disney

่หลังจากที่เราตามราพันเซลและฟลินน์ไรเดอร์ผ่านป่าไป การเดินทางจะเข้าสู่บทสรุป ด้วยการที่ทั้งคู่ร้องเพลง I See the Light ขณะที่ผู้ชมจะถูกรายล้อมด้วย แสงสว่างอันมหัศจรรย์ของโคมลอยนับร้อย ที่กำลังลอยขึ้นฟ้าในบรรยากาศยามค่ำคืน

The Snuggly Duckling
ร้านอาหารที่ได้แรงบันดาลใจจากโรงเหล้าและคอกม้าจากในเรื่อง สามารถสั่งอาหารผ่าน Disney Mobile Order บนแอป Tokyo Disney Resort ได้ มีเมนูที่น่าสนใจอย่าง Duckling’s Dream Cheeseburger ชีสเบอร์เกอร์เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ประกบด้วยขนมปังสีเหลืองและของหวานอย่างเมนู Sweet Ever After Dessert แพนเค้กบนกระทะท็อปด้วยสตรอเบอรีและเลมอน
*เข้าชมรายการอาหาร เครื่องดื่มและราคาใน Fantasy Springs Food & Drink

Peter Pan's Never Land at Fantasy Springs
Peter Pan’s Never Land © Disney

Peter Pan’s Never Land (ピーターパンのネバーランド)
ภายในดินแดนไม่มีวันสิ้นสุดของปีเตอร์ แพน ผู้ชมจะได้ร่วมเป้นสมาชิกของ Lost Boys อีกทั้งยังได้สำรวจเรือโจรสลัด รับประทานอาหารในที่ซ่อนเร้นลับและเผชิญหน้ากับกัปตันฮุก พื้นที่นี้จะสร้างสถานการณ์ที่คุ้นเคย จากอนิเมชันคลาสสิกอย่าง Peter Pan ฉบับปี 1953 รวมถึง Pixxie Hallow ที่ทิงเกอร์เบลอาศัยอยู่ รวมถึงร้านอาหารแบบช่องบริการด้วย

Peter Pan's Never Land
© Disney

ขณะที่ผู้ชมกำลังสำรวจ Neverland จะได้พบกับบรรยากาศที่คุ้นเคยจากเรื่อง Peter Pan เช่น  เรือโจรสลัด Jolly Roger ของกัปตันฮุกผูกอยู่ตรงนอกฝั่ง ผู้ชมสามารถขึ้นเรือและสัมผัสชีวิต การเป็นโจรสลัดแห่งคาบสมุทรทั้งเจ็ด…ตลอดเส้นทางของ Neverland ผู้ชมจะพบพื้นที่ฝึกยิงเป้าของ Lost Boys โดยตัวเป้าจะเป็นของตัวละครอย่าง Smee, Hook และ Tick Tock the crocodile พื้นที่นี้ยังเต็มไปด้วยภาพวาดที่น่ารัก ผลงานของ Lost Boys อีกด้วย

Peter Pan's Never Land at Fantasy Springs
© Disney

มองไกลออกไป จะเห็นสถานที่สำคัญในเรื่องอย่าง Skull Rock ในช่วงค่ำพื้นที่ทั้งหมด รวมถึงสายตาของ Skull Rock จะมีแสงสว่างขึ้นมา…ภูเขาไฟของ Neverland ที่น่าจดจำ ก็ได้ถูกนำมาเติมให้มีชีวิตชีวาขึ้นมา เต็มไปด้วยกลุ่มเมฆที่น่ารัก ลาวาและหมอกฝน

Peter Pan's Never Land Adventure
Peter Pan’s Never Land Adventure © Disney
Peter Pan's Never Land Adventure
© Disney

Peter Pan’s Never Land Adventure (ピーターパンのネバーランドアドベンチャー)
ผจญภัยในดินแดนไม่มีวันสิ้นสุดของปีเตอร์ แพน เครื่องเล่นที่จะชวนผู้ชมมาร่วมกับ Lost Boys, ปีเตอร์ แพนและทิงเกอร์เบล ในการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่เพื่อช่วย จอห์น หลบหนีจากกัปตันฮุกและโจรสลัดของเขา ในระหว่างการเดินทาง ผู้ชมจะได้พบกับเงือก, โจรสลัด, Tiger Lily และ Tick Tock ในขณะที่สำรวจ The Jolly Roger, Skull Rock และสถานที่ซ่อนเร้นของ Lost Boys

Peter Pan's Never Land Adventure at Fantasy Springs
© Disney
Peter Pan's Never Land Adventure Fantasy Springs
© Disney

เครื่องเล่นใช้เทคโนโลยี 3D motion simulator และ dark ride ผู้ชมจะได้ขึ้นรถที่คล้ายกับ Scoop (จากเครื่องเล่น The Amazing Adventures of Spider-Man ของ Universal) โดยจะมีการแสดงภาพ 3 มิติ ผสมกับ set up จริง *เครื่องเล่นกำหนดส่วนสูงขั้นต่ำที่ 102 ซม. และมีการแจกแว่นกันแสง 3 มิติ

Fairy Tinker Bell's Busy Buggies
Fairy Tinker Bell’s Busy Buggies © Disney
Fairy Tinker Bell's Busy Buggies Fantasy Springs
© Disney

Fairy Tinker Bell’s Busy Buggies (フェアリー・ティンカーベルのビジーバギー)
เครื่องเล่นนี้ผู้ชมสามารถช่วยทิงเกอร์เบล ทำภารกิจส่งเดลิเวอรี่ใน Pixie Hollow ขณะที่เยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ ในฤดูกาลทั้งสี่ เพื่อส่งพัสดุให้กับเหล่าภูตินางฟ้า

Lookout Cookout
ร้านอาหารที่ถูกสร้างขึ้นโดย Lost Boys มี 200 ที่นั่ง ตกแต่งร้านด้วยของจากซากเรือที่อัป รวมถึงแผนที่ของ Neverland, ธงโจรสลัด, ภาพวาดบนผนังและแม้กระทั่งเสื้อผ้าของ Lost Boy ที่แขวนไว้เพื่อตากให้แห้ง! แล้วก็ยังมีบริการ Disney Mobile Order ด้วยเช่นกัน ผู้มาเยือนสามารถเพลิดเพลินกับ Butter Curry Chicken และ Lemon Tea Chicken Lost Kids Snack Boxes ที่มีส่วนประกอบของ chicken tenders, popovers, seaweed fritters, banana chips, shrimp chips

และทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโซนใหม่ภายใน Tokyo DisneySea ที่จะเปิดให้บริการในวันที่ 6 มิถุนายน 2567 นอกจากเครื่องเล่นต่าง ๆ ที่น่าสนุก ตื่นเต้น พาย้อนวัยให้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง จากอนิเมชันดังทั้ง 3 เรื่อง โซนนี้ก็ยังมีรายละเอียดอื่น ๆ เกี่ยวกับร้านอาหาร เมนู ร้านขายของที่ระลึก ที่พักพร้อมรายละเอียดการจองหรือซื้อบัตร โดยสถานที่ทั้งหมดที่เล่ามา มีการตกแต่งในธีมที่สวยสวยหรู ดูน่ารัก น่าเข้าพัก น่าเช็คอินทุกจุด พาเราหลุดเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการได้อย่างสมบูรณ์แบบ ชมรายละเอียดเพิ่มเติมกันต่อได้ที่นี่

มอบความสุข ‘ไซส์ใหญ่’ ไม่เท ไม่ทิ้ง ไปเที่ยวต่างประเทศ ทัวร์ญี่ปุ่น *Free Day กับพี่หมีเอ็กซ์แอล >> คลิกเลย

 

🚏 การเดินทาง :ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จากสถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดคือ Maihama (สาย JR Keiyo Line หรือ Musashino Line) จากนั้นสามารถเดินมาต่อรถไฟสาย Disney Resort Line ที่สถานี Resort Gateway เพื่อมาลงที่สถานี Tokyo DisneySea ได้เลย
🗺 แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/3XL8niXzwPi2eSHi8
🕒 เวลาให้บริการ : เปิดให้เข้าชมทุกวัน 08:00 – 22:00 น.
💸 ค่าเข้าชม : ซื้อบัตร 1 Day Passport *ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามช่องทางการซื้อ โปรโมชันหรือช่วงวันที่เลือก
- ผู้ใหญ่ (อายุ 18 ปี ขึ้นไป) : 7,900 – 10,900 JPY (ประมาณ 1,940 – 2,677 บาท)
- เยาวชน (อายุ 12 – 17 ปี) : 6,600 – 7,800 JPY (ประมาณ 1,620 – 1,915 บาท)
- เด็กเล็ก (อายุ 4 – 11 ปี) : 4,700 – 5,600 JPY (ประมาณ 1,108 – 1,320 บาท)
- เด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี เข้าฟรี

ถ้าชอบบทความของ XL World Tour
ฝากกด Like & Share หรือกดติดตามเพจ Facebook
เพื่ออัพเดทข่าวสาร สถานที่ท่องเที่ยว โปรแกรมทัวร์ราคาดี ๆ กับครอบครัวพี่หมีด้วยกันนะ

facebook-bookingmail-contactphone-booking