เวลาทำการ :
วันจันทร์ - วันศุกร์
เวลา 09.00 - 18.00 น.
HOTLINE
066-168-6446
แชร์หน้านี้

รวมพิกัด 17 เมืองออนเซ็นญี่ปุ่น ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ที่สายแช่ห้ามพลาด

รวมพิกัด 17 เมืองออนเซ็นญี่ปุ่น ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ที่สายแช่ห้ามพลาด

      การเดินทางเข้าสู่หัวใจของญี่ปุ่นไม่ได้หมายถึงการไปเดินท่ามกลางแสงสีของชิบูย่าหรือการชิมซูชิระดับมิชลินเพียงอย่างเดียวแต่สิ่งที่เข้าถึงจิตวิญญาณของชาวอาทิตย์อุทัยได้ลึกซึ้งที่สุด คือ วัฒนธรรมการอาบน้ำแร่หรือออนเซ็น  น้ำพุร้อนเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่แหล่งน้ำที่ผุดขึ้นมาตามธรรมชาติแต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ศาสนา และศาสตร์การแพทย์ที่สั่งสมมานานหลายศตวรรษผ่านพลังงานความร้อนใต้พิภพที่พวยพุ่งขึ้นมาท่ามกลางแนวภูเขาไฟที่ยังมีพลังของหมู่เกาะแห่งนี้

      หากลองพิจารณาในเชิงลึกจะพบว่าญี่ปุ่นมีแหล่งน้ำพุร้อนมากกว่าสามหมื่นแห่งซึ่งแต่ละพิกัดมี “เอกลักษณ์ทางเคมี” ที่แตกต่างกันออกไปอย่างน่าอัศจรรย์ซึ่งส่งผลต่อร่างกายมนุษย์ในระดับเซลล์ การแช่น้ำร้อนที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุเข้มข้นช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิต ลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ และยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งจนได้รับการยอมรับในระดับสากล บทความนี้เราจะพาทุกคนไปสำรวจ 17 สถานที่ที่ดีที่สุดซึ่งได้รับการคัดเลือกจากทั้งความเชื่อโบราณและข้อมูลทางสถิติในปัจจุบันเพื่อให้เห็นภาพรวมของออนเซ็นญี่ปุ่นที่ชัดเจนที่สุด

 

1. คุซัตสึ ออนเซ็น (Kusatsu Onsen) – จังหวัดกุมมะ

คุซัตสึ ออนเซ็น (Kusatsu Onsen) – จังหวัดกุมมะ คุซัตสึ ออนเซ็น (Kusatsu Onsen) – จังหวัดกุมมะ

      เริ่มต้นด้วยอันดับหนึ่งในใจชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานอย่างคุซัตสึที่ตั้งอยู่ในจังหวัดกุมมะซึ่งโดดเด่นด้วยปริมาณน้ำไหลธรรมชาติที่มากที่สุดในญี่ปุ่นถึงสามหมื่นกว่าลิตรต่อนาที สัญลักษณ์ที่ใครมาก็ต้องเจอ คือ “ยูบาตาเกะ” (Yubatake) หรือทุ่งน้ำร้อนขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่ใช้รางไม้สนในการลดอุณหภูมิของน้ำแร่ที่ร้อนระอุให้เย็นลงในระดับที่ร่างกายรับได้ ไอน้ำที่ลอยคลุ้งและกลิ่นกำมะถันจางๆ ทั่วเมืองสร้างบรรยากาศที่เหมือนหลุดเข้าไปในยุคเอโดะอย่างแท้จริง

      น้ำแร่ของคุซัตสึมีความเป็นกรดสูงมากจนสามารถละลายตะปูเหล็กให้กลายเป็นผงได้ภายในไม่กี่วันซึ่งคุณสมบัตินี้เองที่ทำให้มันมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้อย่างดีเยี่ยม มีคำกล่าวโบราณว่าน้ำที่นี่รักษาได้ทุกโรคยกเว้นเพียง “โรคความรัก” เท่านั้นซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในสรรพคุณทางการรักษาที่ส่งต่อกันมาหลายรุ่น การมาที่นี่ห้ามพลาดชมการแสดง “ยูโมมิ” (Yumomi) ที่เป็นการใช้ไม้พายกวนน้ำเพื่อระบายความร้อนพร้อมกับการร้องเพลงพื้นเมืองที่แสนไพเราะ

 

 

2. โนโบริเบทสึ ออนเซ็น (Noboribetsu Onsen) – ฮอกไกโด

โนโบริเบทสึ ออนเซ็น (Noboribetsu Onsen) – ฮอกไกโด โนโบริเบทสึ ออนเซ็น (Noboribetsu Onsen) – ฮอกไกโด

      ขยับขึ้นไปที่เกาะเหนืออย่างฮอกไกโดพิกัดนี้ คือ ห้างสรรพสินค้าแห่งออนเซ็น” เพราะมีน้ำแร่ให้เลือกแช่มากถึง 11 ชนิดในที่เดียวซึ่งถือว่าหาได้ยากมากในระดับโลก แหล่งกำเนิดน้ำร้อนหลักมาจาก “จิโกกุดานิ” (Jigokudani) หรือ หุบเขานรกซึ่งเป็นปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่เกิดจากการระเบิดเมื่อหมื่นปีก่อน บรรยากาศของหุบเขาที่คุกรุ่นด้วยควันและกลิ่นซัลเฟอร์ทำให้ที่นี่มีมนต์ขลังและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน

      น้ำแร่ที่นี่มีคุณสมบัติในการช่วยฟื้นฟูสุขภาพผิวและบรรเทาอาการปวดข้อรวมถึงปวดเส้นประสาทได้อย่างมีประสิทธิภาพจนกลายเป็นสถานที่พักฟื้นของเหล่าทหารในอดีต ใครที่ชอบแช่น้ำกลางแจ้งท่ามกลางหิมะสีขาวโพลนในฤดูหนาวบอกเลยว่าที่นี่คือคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพราะทัศนียภาพจะสวยจนลืมหายใจ การเดินชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติรอบหุบเขานรกก่อนจะไปแช่เท้าในลำธารน้ำร้อนธรรมชาติเป็นกิจกรรมที่เติมพลังชีวิตได้ดีมาก

 

 

3. เบปปุ ออนเซ็น (Beppu Onsen) – จังหวัดโออิตะ

เบปปุ ออนเซ็น (Beppu Onsen) – จังหวัดโออิตะ เบปปุ ออนเซ็น (Beppu Onsen) – จังหวัดโออิตะ

      เบปปุไม่ได้เป็นแค่เมืองท่องเที่ยวแต่ คือ เมืองที่เป็นศูนย์กลางของพลังงานความร้อนใต้พิภพที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกด้วยแหล่งน้ำแร่ที่กระจายอยู่ทั่วเมือง สิ่งที่เป็นไฮไลท์ระดับโลก คือ ขุมนรกทั้งแปด (Jigoku Meguri) ซึ่งเป็นบ่อน้ำแร่ที่มีสีสันแปลกตาจนแช่ไม่ได้แต่สวยงามเกินบรรยาย ตั้งแต่บ่อสีฟ้าครามเหมือนน้ำทะเลไปจนถึงบ่อสีเลือดที่มีไอความร้อนพุ่งสูงตลอดเวลาสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้มาเยือน

      นอกจากบ่อน้ำร้อนแบบปกติแล้วเบปปุยังมี “การแช่ทรายร้อน” (Sand Bath) ริมทะเลซึ่งเป็นการใช้ความร้อนจากน้ำพุร้อนที่ไหลอยู่ใต้ดินมาอุ่นทรายให้ร้อนเพื่อดีท็อกซ์ร่างกาย วัฒนธรรมอาหารที่นี่ก็น่าทึ่งไม่แพ้กันด้วยการนึ่งอาหารด้วยไอน้ำจากออนเซ็น (Jigoku Mushi) ที่ทำให้วัตถุดิบสดใหม่มีรสชาติที่ลุ่มลึกและดีต่อสุขภาพ การมาเบปปุ คือ การสัมผัสกับพลังของธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตผู้คนอย่างแนบแน่นในทุกมิติ

 

 

4. อาริมะ ออนเซ็น (Arima Onsen) – จังหวัดเฮียวโงะ

อาริมะ ออนเซ็น (Arima Onsen) – จังหวัดเฮียวโงะ อาริมะ ออนเซ็น (Arima Onsen) – จังหวัดเฮียวโงะ

      อาริมะออนเซ็นเป็นสถานที่ที่มีความลึกลับทางธรณีวิทยาที่น่าค้นหาเพราะตั้งอยู่ห่างจากแนวภูเขาไฟมากแต่กลับมีน้ำร้อนอุณหภูมิสูงพุ่งขึ้นมา ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ระบุว่าน้ำที่นี่มาจากน้ำทะเลโบราณเมื่อหกล้านปีก่อนที่ถูกกักเก็บไว้ใต้ชั้นเปลือกโลกที่ลึกถึงหกสิบกิโลเมตร น้ำแร่ที่นี่ถูกแบ่งออกเป็น “คินเซ็น” (น้ำทอง) ที่มีธาตุเหล็กและเกลือสูงมาก และ “กินเซ็น” (น้ำเงิน) ที่เป็นน้ำใสอุดมด้วยเรเดียมและคาร์บอเนต

      สรรพคุณของน้ำทองช่วยให้ร่างกายอบอุ่นได้นานและรักษาโรคข้ออักเสบได้ดีส่วนน้ำเงินจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและเสริมภูมิคุ้มกัน บรรยากาศในเมืองอาริมะยังคงความคลาสสิกด้วยอาคารไม้สไตล์โบราณและถนนที่ลาดเอียงตามแนวเขาสร้างความรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก การได้ลองแช่ทั้งน้ำทองและน้ำเงินสลับกันไป คือ เทคนิคการพักผ่อนระดับพรีเมียมที่เหล่าจักรพรรดิและโชกุนในอดีตเคยทำ

 

 

5. เกโร ออนเซ็น (Gero Onsen) – จังหวัดกิฟุ

เกโร ออนเซ็น (Gero Onsen) – จังหวัดกิฟุ เกโร ออนเซ็น (Gero Onsen) – จังหวัดกิฟุ

      หากจะหาออนเซ็นที่ทำให้ผิวลื่นนุ่มเหมือนปอกไข่ต้องมาที่เกโรออนเซ็นซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในสามสุดยอดน้ำพุร้อนของญี่ปุ่น น้ำที่นี่มีคุณสมบัติเป็นด่างอ่อนๆ ซึ่งทำหน้าที่เหมือนสบู่ธรรมชาติช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกและผลัดเซลล์ผิวได้อย่างอ่อนโยนที่สุด ความรู้สึกหลังการแช่จะสัมผัสได้ทันทีว่าผิวพรรณมีความเปล่งปลั่งและเนียนนุ่มจนคนญี่ปุ่นเรียกกันว่า น้ำพุร้อนเพื่อความงาม

      ตัวเมืองเกโรตั้งอยู่ขนานไปกับแม่น้ำฮิดะที่ไหลเอื่อยผ่านหุบเขาทำให้บรรยากาศมีความเงียบสงบและเหมาะกับการมาพักผ่อนทิ้งความวุ่นวาย ไฮไลท์ที่น่าสนใจ คือ บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้ง “Funsenchi” ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโดยไม่มีอะไรกั้นซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่หาได้ยากในปัจจุบัน นอกจากน้ำแร่แล้วที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์ออนเซ็นที่รวบรวมประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของน้ำพุร้อนทั่วญี่ปุ่นไว้ให้เราได้ศึกษาแบบเจาะลึก

 

 

6. โดโก ออนเซ็น (Dogo Onsen) – จังหวัดเอฮิเมะ

โดโก ออนเซ็น (Dogo Onsen) – จังหวัดเอฮิเมะ โดโก ออนเซ็น (Dogo Onsen) – จังหวัดเอฮิเมะ

      โดโกออนเซ็นในจังหวัดเอฮิเมะ คือ ตำนานที่มีลมหายใจด้วยประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นโดยเชื่อว่ามีมานานกว่าสามพันปีแล้ว อาคารไม้ Dogo Onsen Honkan ที่สร้างขึ้นใหม่ในสมัยเมจิคือสถาปัตยกรรมระดับครูที่เป็นแรงบันดาลใจให้ฉากในภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง Spirited Away ความวิจิตรบรรจงของโครงสร้างอาคารและห้องอาบน้ำที่เคยรองรับการเสด็จเยือนขององค์จักรพรรดิสะท้อนถึงความสำคัญของสถานที่แห่งนี้

      น้ำแร่ที่นี่มีความนุ่มนวลและปราศจากกลิ่นฉุนทำให้แช่ได้นานโดยไม่รู้สึกอึดอัดช่วยให้จิตใจสงบและร่างกายได้รับการเยียวยาอย่างแท้จริง บริเวณรอบๆ ยังมี “Botchan Karakuri Clock” นาฬิกาตุ๊กตากลไกที่จะออกมาแสดงตามเนื้อเรื่องในนิยายชื่อดังของญี่ปุ่นเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว การเดินเล่นในชุดยูกาตะริมถนนที่เรียงรายไปด้วยร้านขายของที่ระลึกและการชิม “บอทจังดังโงะ” หลังการแช่น้ำเป็นวิถีชีวิตที่สุดแสนจะคลาสสิก

 

 

7. ฮาโกเน่ ออนเซ็น (Hakone Onsen) – จังหวัดคานากาวะ

ฮาโกเน่ ออนเซ็น (Hakone Onsen) – จังหวัดคานากาวะ ฮาโกเน่ ออนเซ็น (Hakone Onsen) – จังหวัดคานากาวะ

      สำหรับใครที่มีเวลาน้อยแต่อยากสัมผัสออนเซ็นระดับท็อปฮาโกเน่ คือ คำตอบที่ลงตัวที่สุดเพราะเดินทางจากโตเกียวเพียงชั่วโมงเดียวเท่านั้น ฮาโกเน่ไม่ได้มีดีแค่การแช่น้ำแต่ คือ จุดชมภูเขาไฟฟูจิที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งซึ่งช่วยเพิ่มอรรถรสในการพักผ่อนให้ทวีคูณ พื้นที่แห่งนี้ประกอบด้วยหมู่บ้านออนเซ็นหลายจุดซึ่งแต่ละแห่งมีแหล่งน้ำแร่ที่แตกต่างกันไปตามระดับความสูงของภูเขา

      ความสนุกของฮาโกเน่ คือ การเดินทางด้วยพาหนะที่หลากหลายทั้งรถไฟไต่เขา กระเช้าลอยฟ้า และเรือโจรสลัดข้ามทะเลสาบอาชิที่แสนโรแมนติก ใครที่ชอบแนวสวนน้ำต้องไปที่ “Yunessun” ที่เปิดโอกาสให้ใส่ชุดว่ายน้ำลงเล่นในบ่อออนเซ็นแปลกๆ เช่น บ่อไวน์ บ่อกาแฟ หรือบ่อชาเขียว แต่ถ้าอยากได้ความสงบเรียบง่ายการเลือกพักในเรียวกังแบบดั้งเดิมริมลำธารในหมู่บ้านฮาโกเน่ยูโมโตะจะทำให้คุณเข้าใจถึงคำว่าสุนทรียภาพที่แท้จริง

 

 

8. กินซัน ออนเซ็น (Ginzan Onsen) – จังหวัดยามางาตะ

กินซัน ออนเซ็น (Ginzan Onsen) – จังหวัดยามางาตะ กินซัน ออนเซ็น (Ginzan Onsen) – จังหวัดยามางาตะ

      กินซันออนเซ็นเปรียบเสมือนโลกในจินตนาการที่หลุดออกมาจากภาพวาดด้วยอาคารไม้สไตล์ตะวันตกผสมญี่ปุ่นที่เรียงรายไปตามลำธารในหุบเขา บรรยากาศที่นี่จะทวีความสวยงามเป็นสองเท่าในช่วงฤดูหนาวที่หิมะสีขาวสะอาดตาปกคลุมไปทั่วทุกพื้นที่ตัดกับแสงสีส้มจากโคมไฟแก๊สยามค่ำคืน เดิมทีที่นี่เคยเป็นเหมืองเงินในสมัยเอโดะก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นหมู่บ้านน้ำพุร้อนที่โด่งดังระดับนานาชาติ

      น้ำแร่ที่นี่มีคุณสมบัติในการรักษาความชุ่มชื้นของผิวและช่วยให้ร่างกายอบอุ่นยาวนานซึ่งเหมาะมากกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นของภูมิภาคโทโฮคุ แม้หมู่บ้านจะมีขนาดไม่ใหญ่แต่การเดินชมความงามของสถาปัตยกรรมและสะพานสีแดงที่พาดข้ามสายน้ำก็คุ้มค่ากับการเดินทางมาไกล การพักค้างคืนที่นี่จะทำให้เราได้รับประสบการณ์การต้อนรับแบบโอโมเตะนาชิที่แสนอบอุ่นและอาหารมื้อค่ำจากวัตถุดิบในท้องถิ่นที่สดใหม่

 

 

9. คิโนซากิ ออนเซ็น (Kinosaki Onsen) – จังหวัดเฮียวโงะ

คิโนซากิ ออนเซ็น (Kinosaki Onsen) – จังหวัดเฮียวโงะ คิโนซากิ ออนเซ็น (Kinosaki Onsen) – จังหวัดเฮียวโงะ

      คิโนซากิออนเซ็น คือ สวรรค์ของเหล่านักเดินเล่นที่หลงใหลในชุดยูกาตะเพราะตัวเมืองถูกออกแบบมาให้เหมือนกับเรียวกังหลังใหญ่ที่ทุกคนแชร์พื้นที่ร่วมกัน จุดเด่นคือ โรงอาบน้ำสาธารณะทั้งเจ็ด ที่กระจายอยู่ทั่วเมืองโดยแต่ละแห่งมีความเชื่อว่าจะมอบโชคในด้านที่ต่างกันออกไป บรรยากาศริมแม่น้ำโอทานิที่มีต้นหลิวเรียงรายและสะพานหินโค้งสร้างภาพจำที่แสนจะงดงามและเงียบสงบ

      ผู้ที่เข้าพักในเรียวกังที่นี่จะได้รับบัตรผ่านประตูที่เข้าโรงอาบน้ำทั้งเจ็ดได้ฟรีทำให้เกิดวัฒนธรรมการตระเวนแช่น้ำ (Sotoyu Meguri) ที่คึกคักตลอดทั้งวัน กิจกรรมที่ห้ามพลาดคือการสวมรองเท้าเกี๊ยะไม้เดินเสียงแต๊กๆ ไปตามถนนหินเพื่อไปชิมอาหารทะเลสดๆ โดยเฉพาะปูยักษ์ในช่วงฤดูหนาว คิโนซากิยังได้รับความนิยมมากในหมู่ชาวต่างชาติเพราะมีบรรยากาศที่เป็นมิตรและเปิดกว้างต่อวัฒนธรรมที่หลากหลายทำให้เป็นจุดหมายที่น่าประทับใจ

 

 

10. นิวโต ออนเซ็นเคียว (Nyuto Onsenkyo) – จังหวัดอากิตะ

นิวโต ออนเซ็นเคียว (Nyuto Onsenkyo) – จังหวัดอากิตะ นิวโต ออนเซ็นเคียว (Nyuto Onsenkyo) – จังหวัดอากิตะ

      ท่ามกลางป่าสนลึกในอุทยานแห่งชาติโทวาดะ-ฮาจิมันไต คือ นิวโตออนเซ็นเคียวซึ่งประกอบด้วยเรียวกังลึกลับเจ็ดแห่งที่ซ่อนตัวอยู่ สถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ “สึรุโนยุ” (Tsurunoyu) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีบ่อน้ำแร่สีขาวขุ่นราวกับน้ำนมที่พวยพุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน บรรยากาศที่นี่ค่อนข้างเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติมากโดยยังคงใช้โครงสร้างอาคารไม้แบบโบราณที่ไม่มีการปรุงแต่งมากนัก

      น้ำแร่ของนิวโตออนเซ็นขึ้นชื่อเรื่องการบำบัดโรคผิวหนังและความเมื่อยล้าสะสมรวมถึงบรรยากาศที่เงียบสงบจนได้ยินเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ การได้แช่น้ำสีน้ำนมกลางแจ้งขณะที่หิมะโปรยปรายลงมาเป็นที่สุดของประสบการณ์ออนเซ็นลับที่นักเดินทางโหยหา ความพิเศษอีกอย่าง คือ แต่ละเรียวกังในบริเวณนี้จะมีชนิดของน้ำแร่ที่ต่างกันทำให้การพักแรมที่นี่เป็นเหมือนการเข้าคอร์สบำบัดร่างกายจากธรรมชาติ

 

 

11. ชิบุ ออนเซ็น (Shibu Onsen) – จังหวัดนางาโนะ

ชิบุ ออนเซ็น (Shibu Onsen) – จังหวัดนางาโนะ ชิบุ ออนเซ็น (Shibu Onsen) – จังหวัดนางาโนะ

      ชิบุออนเซ็นเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งอดีตตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งที่อยู่ของ ลิงแช่ออนเซ็น อันโด่งดังในจังหวัดนางาโนะ สิ่งที่ท้าทายนักท่องเที่ยวมากที่สุด คือ การตระเวนแช่บ่อน้ำพุร้อนสาธารณะเก้าแห่งที่กระจายอยู่ตามตรอกซอกซอย โดยเชื่อกันว่าหากแช่ครบเก้าบ่อและปั๊มตราประทับลงบนผ้าเช็ดหน้าศักดิ์สิทธิ์จะได้รับพรอันประเสริฐและพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวง

      แหล่งน้ำของแต่ละบ่อในชิบุออนเซ็นมีความร้อนและแร่ธาตุที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนบางบ่อมีตะกอนสีเหลืองเข้มบางบ่อใสสะอาดบริสุทธิ์ การสวมชุดยูกาตะและเกี๊ยะไม้เดินไปตามถนนหินในยามเย็นสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองระหว่างนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น หากมีเวลาห้ามพลาดการไปแวะชิมไข่ต้มออนเซ็นที่ต้มในบ่อน้ำร้อนธรรมชาติซึ่งมีรสชาติเข้มข้นและหอมอร่อยเป็นพิเศษ

 

 

12. คุโรกาวะ ออนเซ็น (Kurokawa Onsen) – จังหวัดคุมาโมโตะ

คุโรกาวะ ออนเซ็น (Kurokawa Onsen) – จังหวัดคุมาโมโตะ คุโรกาวะ ออนเซ็น (Kurokawa Onsen) – จังหวัดคุมาโมโตะ

      บนเกาะคิวชูมีหมู่บ้านน้ำพุร้อนที่ได้รับการยกย่องว่าจัดการทัศนียภาพได้ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่งนั่น คือ คุโรกาวะออนเซ็น ความโดดเด่นอยู่ที่การใช้หินและไม้ธรรมชาติในการตกแต่งสถานที่ทั้งหมดเพื่อไม่ให้ขัดกับบรรยากาศป่าเขาโดยรอบนักท่องเที่ยวสามารถซื้อ “Nyuto Tegata” หรือ เหรียญไม้ผ่านทางเพื่อเลือกแช่ออนเซ็นกลางแจ้งของเรียวกังที่ไหนก็ได้สามแห่งจากทั้งหมดสามสิบแห่ง

      บ่อน้ำร้อนกลางแจ้งที่นี่มักจะตั้งอยู่ริมลำธารหรือในถ้ำลึกลับซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนเราได้เป็นส่วนหนึ่งของป่าอย่างแท้จริง น้ำแร่ที่คุโรกาวะมีความหลากหลายสูงมากช่วยบรรเทาอาการปวดข้อและทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งสุขภาพดี ความงามของหมู่บ้านจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลโดยเฉพาะในช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีที่จะทำให้หุบเขาทั้งลูกกลายเป็นสีแดงและเหลืองทอง

 

 

13. อิบุสุกิ ออนเซ็น (Ibusuki Onsen) – จังหวัดคาโกชิมะ

อิบุสุกิ ออนเซ็น (Ibusuki Onsen) – จังหวัดคาโกชิมะ
อิบุสุกิ ออนเซ็น (Ibusuki Onsen) – จังหวัดคาโกชิมะ

      อิบุสุกิออนเซ็นนำเสนอความตื่นเต้นที่ไม่เหมือนใครด้วย การแช่ทรายร้อนธรรมชาติ บนชายหาดซึ่งเป็นวิธีบำบัดที่มีมานานกว่าสามร้อยปีแล้ว ความร้อนจากใต้ผิวดินจะถูกส่งผ่านเม็ดทรายทำให้ร่างกายเหงื่อออกอย่างมากซึ่งช่วยขับสารพิษออกจากรูขุมขนได้อย่างดีเยี่ยม การถูกกลบอยู่ใต้ทรายอุ่นๆ พร้อมกับฟังเสียงคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง คือ ความผ่อนคลายที่หาจากออนเซ็นในภูเขาไม่ได้

      นอกจากทรายร้อนแล้วเมืองนี้ยังมีแหล่งน้ำแร่ที่อุดมไปด้วยโซเดียมคลอไรด์ซึ่งช่วยรักษาอาการเย็นตามปลายมือปลายเท้าและโรคปวดเส้นประสาท วิวทิวทัศน์ริมอ่าวคาโกชิมะและภูเขาไคมอนดาเกะทำให้การมาเยือนที่นี่ได้รับทั้งการบำบัดสุขภาพและอาหารตาที่สวยงาม หลังจากแช่ทรายเสร็จการได้อาบน้ำแร่ใสสะอาดจะทำให้คุณรู้สึกเบาสบายตัวราวกับเพิ่งไปนวดสปาหรูมาเลยทีเดียว

 

 

14. อาตามิ ออนเซ็น (Atami Onsen) – จังหวัดชิซูโอกะ

อาตามิ ออนเซ็น (Atami Onsen) – จังหวัดชิซูโอกะอาตามิ ออนเซ็น (Atami Onsen) – จังหวัดชิซูโอกะ

      อาตามิเป็นเมืองชายทะเลที่เปี่ยมไปด้วยพลังและสีสันอยู่ใกล้โตเกียวมากจนกลายเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของเหล่านักธุรกิจและครอบครัว น้ำพุร้อนของอาตามิมีความร้อนสูงและอุดมไปด้วยแร่ธาตุเข้มข้นจากแหล่งกำเนิดใต้พื้นดินที่มีมากกว่าห้าร้อยจุดทั่วเมือง ไฮไลท์สำคัญ คือ บ่อน้ำแร่ที่มองเห็นวิวทะเลกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาทำให้เรารู้สึกถึงความกว้างขวางของธรรมชาติ

      นอกจากเรื่องออนเซ็นแล้วอาตามิยังโดดเด่นเรื่องการแสดงดอกไม้ไฟริมทะเลที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เกือบทุกฤดูกาลสร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือน อาหารทะเลของที่นี่สดมากโดยเฉพาะปลาและหอยที่นำมาปรุงแบบซาชิมิหรือย่างเกลือจะเข้ากันได้ดีกับน้ำแร่ที่อุ่นสบาย บรรยากาศของเมืองมีการผสมผสานระหว่างย่านการค้าเก่าแก่น่ารักกับรีสอร์ทสมัยใหม่ที่หรูหราทำให้อาตามิมีเสน่ห์ที่ไม่เคยจางหาย

 

 

15. อิคาโฮะ ออนเซ็น (Ikaho Onsen) – จังหวัดกุมมะ

อิคาโฮะ ออนเซ็น (Ikaho Onsen) – จังหวัดกุมมะ อิคาโฮะ ออนเซ็น (Ikaho Onsen) – จังหวัดกุมมะ

      อิคาโฮะออนเซ็นตั้งอยู่บนไหล่เขาของจังหวัดกุมมะโดดเด่นด้วยบันไดหิน 365 ขั้นที่เป็นหัวใจหลักของหมู่บ้านและเป็นแหล่งรวมร้านค้าเรียวกังมากมาย น้ำแร่ที่นี่มีสองชนิด คือ น้ำทอง ที่มีธาตุเหล็กสูงจนเป็นสีน้ำตาลแดง และ “น้ำเงิน” ที่ใสบริสุทธิ์และเน้นการบำรุงสุขภาพทั่วไป น้ำทองของที่นี่มีชื่อเสียงมากในหมู่ผู้หญิงเพราะเชื่อว่าช่วยเรื่องการไหลเวียนเลือดและการเตรียมพร้อมสำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตร

      การเดินขึ้นบันไดหินในชุดยูกาตะเป็นกิจกรรมที่ทำให้ได้ชื่นชมวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวเมืองและเป็นจุดถ่ายรูปที่ยอดเยี่ยมมาก ที่ยอดสูงสุดของบันไดหิน คือ ศาลเจ้าอิคาโฮะซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องดูแลหมู่บ้านและผู้มาเยือนมานับพันปีอย่าลืมแวะชิม “ออนเซ็นมันจู” สีน้ำตาลอันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองซึ่งรสชาติหวานนุ่มและมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานไม่แพ้ตัวเมือง

 

 

16. โนซาวะ ออนเซ็น (Nozawa Onsen) – จังหวัดนางาโนะ

โนซาวะ ออนเซ็น (Nozawa Onsen) – จังหวัดนางาโนะ
โนซาวะ ออนเซ็น (Nozawa Onsen) – จังหวัดนางาโนะ

      โนซาวะออนเซ็น คือ หมู่บ้านที่แสดงถึงจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือของชุมชนอย่างแท้จริงด้วยโรงอาบน้ำสาธารณะ 13 แห่งที่ชาวบ้านร่วมกันดูแล แหล่งน้ำพุร้อน “โอกามะ” (Ogama) ที่ร้อนระอุจนควันพวยพุ่งเป็นที่ที่ชาวบ้านมาทำกิจกรรมร่วมกันทั้งการลวกผักและต้มไข่สร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ในฤดูหนาวที่นี่จะกลายเป็นสวรรค์ของนักสกีที่สามารถสนุกกับหิมะนุ่มๆ แล้วมาแช่น้ำแร่เพื่อคลายความเมื่อยล้าได้ทันที

      น้ำแร่ของที่นี่มีกำมะถันสูงช่วยรักษาโรคผิวหนังและทำให้ร่างกายอบอุ่นไปจนถึงกระดูกซึ่งเหมาะกับอากาศที่หนาวจัดของนางาโนะ เสน่ห์ของโนซาวะ คือ การเดินเที่ยวในหมู่บ้านที่ยังคงวิถีชีวิตแบบเดิมๆ ไว้ได้อย่างสมบูรณ์และมีความเป็นมิตรสูงมาก ใครที่อยากสัมผัสวัฒนธรรมออนเซ็นที่ผูกพันกับลมหายใจของคนในพื้นที่จริงๆ บอกเลยว่าโนซาวะจะทำให้คุณประทับใจจนไม่อยากกลับ

 

 

17. โจซังเค ออนเซ็น (Jozankei Onsen) – ฮอกไกโด

โจซังเค ออนเซ็น (Jozankei Onsen) – ฮอกไกโด
โจซังเค ออนเซ็น (Jozankei Onsen) – ฮอกไกโด

      ปิดท้ายด้วย ห้องนั่งเล่นของซัปโปโร อย่างโจซังเคที่อยู่ห่างจากตัวเมืองซัปโปโรเพียงแค่เอื้อมแต่กลับมีความสวยงามของป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ เมืองนี้ตั้งอยู่ในหุบเขาขนานไปกับแม่น้ำโตโยฮิระซึ่งจะทวีความงามเป็นพิเศษในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิง แหล่งน้ำพุร้อนที่นี่ถูกค้นพบโดยพระธุดงค์ที่ใช้รักษาผู้เจ็บป่วยจนกลายเป็นสถานที่บำบัดที่โด่งดังมาจนถึงปัจจุบัน

      ความน่ารักของโจซังเคคือรูปปั้น “กัปปะ” ที่กระจายอยู่ทั่วเมืองสร้างความตื่นเต้นให้เด็กๆ และนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบตำนานญี่ปุ่น น้ำแร่ที่นี่เน้นการบรรเทาอาการปวดเมื่อยและการฟื้นฟูสุขภาพร่างกายโดยรวมผ่านแร่ธาตุหลากหลายชนิดที่ปนอยู่ในน้ำ การได้นั่งแช่ออนเซ็นพร้อมกับชมสายน้ำในลำธารและยอดเขาสีสวย คือ การปิดท้ายการเดินทางที่ช่วยชาร์จพลังงานให้ชีวิตได้อย่างดีที่สุด

 

วิทยาศาสตร์หลังม่านควัน – ศาสตร์แห่งการบำบัดและมารยาทที่ควรปฏิบัติ

      การแช่ออนเซ็นไม่ใช่แค่การลงไปแช่ในน้ำร้อนแต่คือศาสตร์ที่อาศัยทั้ง “ความร้อน” และ “แร่ธาตุ” ในการกระตุ้นระบบการซ่อมแซมตัวเองของร่างกาย ความร้อนระดับ 40-42 องศาเซลเซียสจะช่วยขยายหลอดเลือดทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่แร่ธาตุอย่างกำมะถันหรือโซเดียมคลอไรด์จะซึมผ่านผิวหนังเพื่อช่วยลดการอักเสบและเพิ่มความยืดหยุ่นให้เนื้อเยื่อ

      เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดและไม่เป็นการรบกวนผู้อื่นมารยาทจึงเป็นสิ่งสำคัญมากในวัฒนธรรมออนเซ็น การล้างร่างกายให้สะอาดทุกส่วนก่อนลงบ่อรวมคือพื้นฐานที่แสดงถึงความเคารพต่อส่วนรวมและความสะอาดของแหล่งน้ำ ห้ามนำสิ่งของรวมถึงผ้าขนหนูขนาดใหญ่ลงไปในน้ำเพราะอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและทำให้เสียบรรยากาศ การรักษาระดับเสียงให้เบาและไม่เล่นกระโดดน้ำ คือ การสร้างพื้นที่ผ่อนคลายร่วมกันที่แสนพิเศษสำหรับทุกคนครับ

คำแนะนำการแช่ออนเซ็นเพื่อสุขภาพและมารยาทสากล

      โลกของออนเซ็นญี่ปุ่นมีความลึกซึ้งและกว้างใหญ่เกินกว่าจะเป็นเพียงกิจกรรมท่องเที่ยวธรรมดาแต่เป็นมรดกที่ธรรมชาติมอบให้มนุษย์ การได้ทำความเข้าใจทั้งด้านธรณีวิทยา ประวัติศาสตร์ และคุณสมบัติทางยาจะทำให้ทุกวินาทีที่คุณอยู่ในน้ำร้อนมีความหมายมากขึ้น ไม่ว่าคุณจะเลือกไปที่ไหนจาก 17 พิกัดที่เราแนะนำคุณจะได้รับพลังงานที่ยอดเยี่ยมและแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพกลับมาอย่างแน่นอน มหากาพย์แห่งสายน้ำนี้รอให้คุณไปพิสูจน์ด้วยตัวเองในทุกย่างก้าวของการเดินทางที่แสนจะวิเศษในดินแดนอาทิตย์อุทัย

ไปทัวร์ต่างประเทศ กับบริษัทไหนดี? ไปเที่ยวต่างประเทศ กับพี่หมีเอ็กซ์แอล ʕ´••`ʔ/

เราพร้อมมอบความสุข ‘ไซส์ใหญ่’ ไม่เท ไม่ทิ้ง ทัวร์ญี่ปุ่น กับ XL World Tour ดูแพ็กเกจทัวร์สุดคุ้ม เพิ่มเติม >> คลิกเลย


ถ้าชอบบทความของ XL World Tour
ฝากกด Like & Share หรือกดติดตามเพจ Facebook
เพื่ออัพเดทข่าวสาร สถานที่ท่องเที่ยว โปรแกรมทัวร์ราคาดี ๆ กับครอบครัวพี่หมีด้วยกันนะ

mail-contactphone-booking